โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind

โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind จัดขึ้นเพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะสิ้นสุดกิจกรรมการปั่นไปแล้ว แต่ก็ยังต้องการการสนับสนุนจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยยังสามารถบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2561 เพื่อร่วมกันสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืนยั่งยืน และยังเป็นการสานต่องานที่ “พ่อ” ทำด้วยการเปลี่ยน “ภาระ” ให้กลายเป็นอีกหนึ่ง “พลัง” ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปสู่ “สังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” ตามสโลแกน “No One Left Behind” เพื่อให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตร่วมกับและคนปกติในสังคมไทยได้อย่างมีความสุข

 

 

 

 

เครือเจริญโภคภัณฑ์ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนพิการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสนับสนุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
สร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ร่วมพัฒนาหลักสูตรสอนอาชีพคนพิการ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตร
  และสนับสนุนด้านการตลาด รวมถึง
นำรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เข้าช่วยสร้างความยั่งยืน เพื่อให้ศูนย์ฯแห่งนี้
เป็นที่สร้างอาชีพและสร้างความมั่นคงให้กับคนพิการในระยะยาว

 

 

 

 

ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้บริหารสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์มีนโยบายสนับสนุนและช่วยเหลือคนพิการมาโดยตลอด สอดคล้องตามหลักการพัฒนา
ที่ยั่งยืนของเครือฯ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายจะต้องส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้เปราะบางซึ่งรวมถึงคนพิการ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 100,000 รายภายในปี พ.ศ.2563  และด้วยความตระหนักในบทบาทและความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมในฐานะภาคเอกชนจึงได้สนับสนุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการในการจัดสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นแหล่งในการฝึกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้แก่คนพิการ ทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตร
การฝึกอาชีพของคนพิการ  และนำศักยภาพในการเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตรเข้ามาสนับสนุน ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงให้การสนับสนุนและเป็นช่องทางด้านการตลาดแก่สินค้าและบริการของกลุ่มคนพิการที่ฝึกอาชีพในศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน และในระยะยาววางแผนที่จะนำรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เข้ามายกระดับศูนย์ฝึกอาชีพ
คนพิการอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนพิการได้เป็น “เถ้าแก่น้อย” ส่งเสริมให้เป็นเจ้าของร้านกาแฟ โดยในระยะแรกได้เปิดหลักสูตรบาริสต้ามืออาชีพ

 

 

 

 

 

ในการนี้ ดร.อธิป ได้กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการดำเนินการขึ้นเพื่อระดมทุนสร้างศูนย์
ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เพราะเห็นว่าศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้พิการ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
อย่างยั่งยืน ตามแนวคิด เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และตอกย้ำด้าน
ความเท่าเทียมของผู้พิการในสังคมไทย

 

 

 

 

ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ กล่าวว่า มีความยินดี
เป็นอย่างยิ่งที่เครือเจริญโภคภัณฑ์สนับสนุนภารกิจมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการมาโดยตลอด รวมถึงโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกันฯ และศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการอาเซียน ทั้งนี้ มูลนิธิฯมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์จะนำศักยภาพและประสบการณ์ของภาคธุรกิจมาช่วยกันพัฒนาและสร้างสรรค์ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน
อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตให้กับคนพิการ โดยจะเป็นสถานที่อบรมอาชีพ โดยเฉพาะทางด้านเกษตร ซึ่งคนพิการสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากใช้เงินลงทุนต่ำ มีรายได้ดีและสามารถจำหน่ายง่ายในท้องตลาด ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้

ศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการอาเซียน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการฯแห่งแรก
ที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการสร้างขึ้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 33  ไร่ ซึ่งจะมีองค์ประกอบเพื่อช่วยเหลือคนพิการให้สามารถฝึกอาชีพได้ครบวงจร ตลอดจนรองรับคนพิการทุกรูปแบบ รวมถึงคนพิการบริเวณชายขอบของประเทศด้วย
โดยศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการอาเซียนเปิดอบรมวิชาชีพหลักสูตรหลากหลายได้แก่ การเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน การเลี้ยงจิ้งหรีด การปลูกผักไฮโดรโปรนิค การแปรรูปเห็ด การแปรรูปจิ้งหรีด และการประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี
โดยได้การรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  จุดมุ่งหมายเพื่อให้คนพิการมีอาชีพอิสระ สามารถรายได้
เลี้ยงตัวเองได้ ก้าวพ้นจากความยากจน โดยในระหว่างที่ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนยังไม่แล้วเสร็จได้มีการฝึกอาชีพเพื่อคนพิการมาแล้วที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ด้านคนพิการที่เคยฝึกอาชีพกับศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการมาก่อน ต่างกล่าวว่าศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการฯทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น นายนิพนธ์ ตาซา อายุ 31 ปี ชาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในคนพิการที่เข้าร่วมฝึกอาชีพกับศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการอาเซียน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การได้เข้าร่วมฝึกอาชีพในศูนย์ฯ นี้
ไม่เพียงช่วยสอนวิชาชีพ แต่สอนให้รู้จักคุณค่าของตนและให้มองชีวิตไปข้างหน้า ปัจจุบันอาชีพหลักของนิพนธ์คือ การเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างรายได้มากกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน เนื่องจากมีความต้องการจากตลาดมาก ปัจจุบัน
ไม่เพียงเลี้ยงตัวเองได้ แต่ยังสามารถเลี้ยงดูแม่ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงได้อีกด้วย ในอนาคตเขาจะตั้งใจจะปลูกผักและเพาะเห็ดขาย เพื่อหารายได้เสริม สร้างความมั่นคงทางการเงิน

น.ส.รุ่งรวิภา โปธิวงค์ อายุ 33 ปี ชาว อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การเข้าฝึกอาชีพที่ศูนย์ฯ ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ เธอได้ประสบอุบัติเหตุจากขับมอเตอร์ไซด์ ทำให้ต้องดามเหล็กที่ขาและขาก็ใช้งานไม่สะดวก จนเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ต่อมาได้เข้าอบรมวิชาชีพกับศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อคนพิการอาเซียนที่แม่ริม ทั้งการปลูกผัก การเพาะเห็ด และเลี้ยงจิ้งหรีด รวมถึงการตลาด การขาย การทำบรรจุภัณฑ์ ทำให้เธอมีอาชีพมั่นคงและชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ

 

 

 

 

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความหวังว่าผู้พิการจะต้องไม่ถูกมองว่าเป็นภาระของสังคม และจะต้องทำให้
ผู้พิการกลายเป็นอีกหนึ่งพลังในการพัฒนาสังคม ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่มีความเหลื่อมล้ำ สามารถแก้ปัญหาความยากจน เป็นสังคมที่ไม่มองข้ามและไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ซึ่งก็คือเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนพิการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะร่วมสนับสนุน
การฝึกอาชีพ การสร้างงาน และการสร้างอาชีพคนพิการ ตามมาตรา 33 และมาตรา 35 ปัจจุบันมีคนพิการมากกว่า 1,000 คนทำงานในกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ นอกจากนี้  ยังริเริ่มทำโครงการต่างๆ เพื่อดึงศักยภาพของคนพิการแต่ละกลุ่มออกมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น โครงการ S2S From Street to Stars
โดยร่วมกับสมาคมคนตาบอดและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนให้ผู้พิการทางการมองเห็นสามารถมีช่องทางในการแสดงความสามารถ  รวมถึงการพัฒนาแบรนด์สินค้าของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการภายใต้แบรนด์ “ยิ้มสู้” การดำเนินงานเพื่อคนพิการทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs และนโยบายมุ่งสู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในทุกมิติ
ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *